คอลเลกชัน

สภาไนเซีย (20 พ.ค. 325)


จักรพรรดิคริสเตียนองค์แรกจักรพรรดิคอนสแตนตินได้รวมตัวกัน สภาสากลแห่งแรกในไนเซียโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเอกภาพของคริสตจักรในตะวันออกและตะวันตก สภาไนเซียเป็นเหตุการณ์สำคัญในรัชสมัยของคอนสแตนตินที่ 1 เพราะแก้ไขประเด็นสำคัญบางประการของความเชื่อของคริสเตียน แต่ยังเป็นตอนที่ซับซ้อนซึ่งเราจะพยายามอธิบาย

บริบท

ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่มีความก้าวหน้าในช่วงต้นศตวรรษที่ 4 แต่ยังห่างไกลจากการเป็นศาสนาแรกของจักรวรรดิ ศาสนาดั้งเดิมโบราณแม้ว่าจะได้รับการฝึกฝนอย่างมีประสิทธิภาพน้อยลง แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยศาสนาอื่น ๆ จำนวนมากซึ่งมักมีต้นกำเนิดจากตะวันออกเช่นลัทธิมิธราสสุริยเทพของไอซิสจาก 'อียิปต์หรือแม้แต่เซราปิส จากนั้นโลกโรมันต้องการความรู้สึกผิดชอบทางศาสนาที่แตกต่างกันโดยรวมและใกล้ชิดกับผู้ศรัทธามากขึ้นรวมทั้งให้คำตอบเกี่ยวกับธรรมชาติทางวิญญาณโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคำถามของจิตวิญญาณ

จักรพรรดิ Diocletian (284-305) ประกาศความผูกพันอันแน่วแน่ของโรมกับเทพเจ้าโบราณอีกครั้งทำให้เขาและเพื่อนร่วมงานของเขา (เขาก่อตั้งรัฐบาลสี่คนคือ Tetrarchy) ผู้สืบเชื้อสายของดาวพฤหัสบดีและเฮอร์คิวลิส และข่มเหงคริสเตียนที่ไม่ต้องการมีส่วนร่วมในลัทธิที่กลายเป็น "ชาติ" การเป็นปรปักษ์กันกลายเป็นปัญหาเพราะคริสเตียนไม่สามารถพูดตามหลักศาสนศาสตร์ทำงานพิธีกรรมของศาสนาอื่นที่ถูกมองว่าเป็นการบูชารูปเคารพ

ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาเชิงเดี่ยวสนับสนุนความจริงเดียวที่ไม่สามารถยอมรับการมีอยู่ของความนับถืออีกรูปแบบหนึ่งได้ เมื่อคอนสแตนตินหลังจากความมหัศจรรย์บางอย่าง (การเปิดเผยในความฝันเกี่ยวกับสัญลักษณ์ของพระคริสต์ก่อนการต่อสู้ของสะพานมิลเวียนกับ Maxentius ตาม Lactantius ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่ตรงที่สุด) จะสร้างความเห็นอกเห็นใจให้กับศาสนาคริสต์มากขึ้นเรื่อย ๆ นี่เป็นความโน้มเอียงส่วนบุคคลซึ่งเป็นที่มาของชัยชนะของศาสนาคริสต์ในช่วงศตวรรษที่สี่ แต่เหนือสิ่งอื่นใดตัวละครมีความเชื่อมั่นทางศาสนาที่รุนแรงมาก

ที่จริงแล้วในสายของพ่อของเขาคอนสแตนซ์คลอร์และจักรพรรดิออเรเลียนเขานับถือดวงอาทิตย์ ใกล้ชิดกับศาสนาคริสต์เช่นเดียวกับหลายศาสนาในยุคนั้นลัทธินี้เป็นตัวแทนของความเชื่อที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรโรมันในเวลานั้น การปลูกฝังการนมัสการยังทำให้ความเชื่อของคริสเตียนสั่นคลอนด้วยซึ่งการตีความตำราต่างๆนำไปสู่ความขัดแย้ง

การประชุมของสภาสากล

เพื่อเป็นการปลอบประโลมการนมัสการของชาวคริสต์และภายใต้คำแนะนำของนักบุญโฮซิอุสแห่งกอร์โดบาคอนสแตนตินจึงตัดสินใจที่จะประชุมสภาสากลที่ไนเซียในปีค. ศ. 325 เจตจำนงของจักรวรรดิอยู่เหนือสิ่งอื่นใดในการกำหนดแนวทางร่วมกันซึ่งเป็นมาตรฐานของสังคมโรมันซึ่งกำหนดตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยรวมเป็นหนึ่งเดียวแตกต่างจากภายนอก ที่ โรมาเนีย. แนวความคิดเกี่ยวกับจักรวรรดิซึ่งรวมถึงโรมเองนี้ตั้งอยู่บนหลักการของการรวมกันอันศักดิ์สิทธิ์ของสังคมที่อยู่เบื้องหลังอำนาจอธิปไตยของตน คอนสแตนตินสนใจในศาสนาคริสต์โดยไม่ยอมรับความเฉพาะเจาะจงจากมุมมองของความคิดเดียวต้องการให้ศาสนาคริสต์เป็นแนวทางและชี้แจงผ่านการอภิปรายปัญหาเกี่ยวกับความแตกต่างของมุมมอง .

ประเด็นพื้นฐานที่สุดของคำถามยังคงเป็นลัทธินอกรีตของ Arian ซึ่งตั้งชื่อตามนักบวช Arius หลักคำสอนของคริสเตียนนี้เริ่มต้นจากสมมติฐานที่ว่าพระคริสต์พระเยซูไม่สามารถเท่าเทียมกันของพระบิดาและพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เพราะเนื้อมนุษย์และการประสูติของพระองค์ ดังนั้นพระบิดาจึงทรงตั้งครรภ์ดังนั้นหลัง นิกายออร์โธดอกซ์ถือว่าการวิเคราะห์ตำราของเขาเป็นข้อผิดพลาดและสามารถตกลงกันได้เฉพาะความเท่าเทียมกันระหว่างสารทั้งสามของพระเจ้าเท่านั้น การโต้เถียงนี้เหมาะสมอย่างยิ่งในศตวรรษที่การถกเถียงทางเทววิทยาทำให้ผู้อยู่อาศัยที่ร่ำรวยของจักรวรรดิหลงใหล ในการประชุมเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 325 สภาแห่งไนเซียจึงเสนอให้จัดการกับความแตกต่างของอาเรียน แต่ยังรวมถึงวันที่มีงานเลี้ยงปัสกาด้วย

ตามที่นักบุญ Athanasius เขารวบรวมพระสังฆราช 318 คน แต่สมเด็จพระสันตะปาปาซิลเวสเตอร์เนื่องจากอายุมากไม่สามารถมาร่วมงานได้ Arius ยังได้รับเชิญให้เข้าร่วมกรณีของเขาที่จะมีการหารือในรายละเอียด อันที่จริงการสนทนาเริ่มต้นขึ้นในประเด็นสำคัญนี้ การถกเถียงที่ดุเดือดในไม่ช้าก็ทำให้ผู้สนับสนุนและศัตรูของ Arius กลายเป็น ในบรรดากลุ่มแรก Eusebius แห่ง Nicomedia ซึ่ง Arius ต้องเผชิญโดยเฉพาะ Alexander of Alexandria และ Hosius of Cordoba (หนึ่งในชาวตะวันตกไม่กี่คนที่อยู่ในปัจจุบันและยังคงมีบทบาทเป็นพื้นฐาน) คอนสแตนตินถูกอธิบายให้เราฟังว่าเป็นผู้ชมที่เอาใจใส่พยายามสร้างสมดุล มุมมองที่ปรารถนาในสำนักงานของเขาในฐานะประมุขแห่งรัฐเพื่อรักษาhomonoia ; ความสามัคคีภราดรภาพ

อย่างไรก็ตามพระราชาคณะส่วนใหญ่ในปัจจุบันตัดสินใจที่จะประณาม Arius หลังจากการถกเถียงกันอย่างดุเดือดสองเดือน จากนั้นที่ประชุมได้ประกาศว่าhomoousiosกล่าวคือความจริงที่ว่าบุคคลศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่ในลักษณะสามประการของเขาโดยเคร่งครัดในเนื้อหาเดียวกัน พระบุตรสมถะกับพระบิดาพระองค์ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ จากนั้นมีการกล่าวกันว่าภายใต้การนำของโฮซิอุส "พระเจ้าของพระเจ้าแสงแห่งแสงสว่างถือกำเนิดไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากสิ่งเดียวกับพระบิดา" การประณามความคิดของชาวอาเรียนนิสต์นี้ถือได้ว่าเป็นการปรับตัวของศาสนาคริสต์ให้เข้ากับกรุงโรมและเจตจำนงที่เป็นหนึ่งเดียวกันทางตะวันออกจะทิ้งส่วนที่ใหญ่กว่าในการตีความที่แตกต่างกัน นอกจากนี้สภายังตัดสินเกี่ยวกับวันอีสเตอร์ซึ่งในโอกาสนี้ได้รับการแก้ไขโดยปฏิบัติตามปฏิทินของจูเลียนดังนั้นวันอาทิตย์ถัดจากเทศกาลอีสเตอร์ของชาวยิว มันจบลงด้วย apotheosis ในระหว่างงานเลี้ยง Vicennaliaการลงโทษยี่สิบปีแห่งการครองราชย์ของคอนสแตนตินที่ 1

ผลที่ตามมาของสภาไนเซีย

แต่ผลพวงของสภานำไปสู่การผ่อนคลายการตัดสินใจเกี่ยวกับความคิดของเอเรียส อันที่จริงความคิดของhomoousios ได้รับการยอมรับในทางที่ค่อนข้างบังคับโดยไม่มีพระราชาคณะหลายคนเห็นด้วยกับวิสัยทัศน์นี้ส่วนใหญ่เป็นเพราะมันไม่ปรากฏในพระคัมภีร์ ดังนั้น Arius จึงถูกสร้างขึ้นใหม่ในหน้าที่ของเขาจาก 327 ในขณะเดียวกันคู่ต่อสู้ที่ดุร้ายที่สุดของเขาก็ถูกไล่อย่าง Athanase of Alexandria ยิ่งไปกว่านั้นควรสังเกตว่าจักรพรรดิเองได้รับบัพติศมาโดย Eusebius แห่ง Nicomedia ชาว Arian ในปี 337 ดังนั้นการขยายตัวของ Arianism จึงไม่ถูกเรียกร้องให้สภาตั้งคำถาม

คอนสแตนซ์ที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรชายคนหนึ่งของคอนสแตนตินผู้ซึ่งครองราชย์เหนือโรมันตะวันออกระหว่างปีพ. ศ. 337 ถึง 360 (และทั้งจักรวรรดิระหว่าง 353 ถึง 360) เป็นเอเรียนที่แข็งขัน จนกระทั่งถึงรัชสมัยของจักรพรรดิ Theodosius I คริสตจักรคาทอลิกและ Apostolic ตามที่กำหนดโดยสภา Nicea ได้รับชัยชนะเหนือ Arianism อย่างชัดเจน พระราชโองการของจักรพรรดิ 380 ประกาศว่า:“ ประชาชนทุกคนต้องชุมนุมเพื่อความเชื่อที่ส่งไปยังชาวโรมันโดยอัครสาวกเปโตรซึ่งเป็นที่ยอมรับของสังฆราชดามาซุสและปีเตอร์อธิการแห่งอเล็กซานเดรียกล่าวคือ พระตรีเอกภาพของพระบิดาของพระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์” และสภาคอนสแตนติโนเปิลในปี 381 ประณามลัทธิอาเรียนเป็นครั้งที่สอง

Ulfila ผู้เผยแพร่ศาสนาของชาวกอ ธ ผู้แปลพระคัมภีร์เป็นภาษาโกธิคคือชาวอาเรียน เหตุการณ์นี้มีขอบเขตที่ใหญ่โต ตัวอย่างเช่นชาววิซิกอ ธ ชาวเอเรียนหลังจากตั้งถิ่นฐานในดินแดนที่มีขนาดใหญ่มากระหว่างลัวร์และยิบรอลตาร์สูญเสียการปกครองระหว่างลัวร์และเทือกเขาพิเรนีสกับโคลวิสเพราะกษัตริย์คาทอลิกแฟรงคลิชผู้นี้มีความสัมพันธ์ที่ดี บาทหลวงของภูมิภาคนี้ส่วนใหญ่ Nicene (ดังนั้นคาทอลิก) ซึ่งอำนวยความสะดวกในการพิชิต

บรรณานุกรม

- จักรวรรดิคริสเตียน ค.ศ. 325-395 โดยAndré Piganiol PUF, 1973


วิดีโอ: รกนทไรสองเรา เลสเบยน. (กันยายน 2021).